Posted on

รักแท้ที่ต้อง “รอ” กับ รักจริงที่ “อยู่ตรงหน้า”

ถ้าจะต้องเลือกระหว่างรักแท้ที่ต้องรอ (เรารักเขาแต่ต้องรออยู่นั้นแหละ และไม่รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน) กับรักจริงที่อยู่ตรงหน้า (เราก็ดันไม่รักอีก แต่เป็นคนดีแสนดีและรักเราจริง) เราควรจะเลือกใครดีเพื่อให้ชีวิตของเรามีความสุขที่สุด.

              เรามีชีวิตอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี อย่างเก่งก็ 75ปี อย่างสูงก็ไม่เกิน 100 ปี นี่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับมนุษย์ในยุคนี้ด้วยวันเวลาที่น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเช่นนี้ การที่เราจะแบ่งเวลาไปทำอะไรสักเรื่องหนึ่งก็คงต้องคิดให้รอบคอบ เพราะหากเราคิดไม่รอบคอบแม้เราจะรู้สึกเสียดายวันเวลาที่ใช้ไปอย่างไม่คุ้มนั้นขนาดไหนก็ไม่สามารถ ย้อนเวลากลับคืนมาได้อีกแล้ว เวลาที่ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่ากับเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างเปล่าเปลือง ก็คือเวลาที่เสียแล้วเสียเลยและมันจะไม่หวนคืนกลับมาอีกเป็นครั้งที่สองในชีวิตของเรา ด้วยเวลาที่เราแต่ละคนมีอยู่น้อยแสนน้อย สั้นแสนสั้นอย่างนี้จะรักใครสักคนหนึ่งก้คงต้องคิดให้รอบคอบ เพราะหากตัดสินใจผิดผลาดไปใช้ชีวิตคู่อยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แล้วมานึกโกรธตัวเอง ที่ต้องเอาเวลาไปเสียกับคนบางคนอย่างไม่น่าเป็นไปได้  ก็คงไม่ชjวยอะไรให้ดีขึ้นมา นอกจากจะต้องมองโลกในแง่ดีว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาคือการลงทะเบียนเรียนวิชาชีวิตของเราเอง ที่ต้องจ่ายค่าหน่อยกิตแพงเป็นพิเศษ

             ถ้าถามผู้เขียน ระหว่างรักแท้ที่มองไม่เห็นว่าจะเป็นไปได้ รักในอุดมคติ กับรักจริงที่อยู่ตรงหน้า รักในปัจจุบัน ผู้เขียนคงเลือกรักจริงที่เป็นรูปธรรมดีกว่า เพราะ อุดมคติเป็นสิ่งสมมุติ แต่ ชีวิตมนุษย์เป็นของจริง เราควรจะอยู่กับความจริง ที่สัมผัสได้มากกว่าอยู่กับอุดมคติซึ่งลอยอยู่ในอากาศ ก็อย่างที่บอกแต่แรกแล้วว่า เวลาเรามีกันไม่มากนัก เลือกคนที่เขารักเราและเป็นคนดี ก็ยังมีหลักประกันว่า เราจะมีชีวิตที่ดีได้แต่ถ้าเลือกคนที่ดีที่สุด แต่ยังไม่มีตัวตน ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ว่างเปล่า น้ำครึ่งแก้วที่อยู่ในมือเรา ถึงอย่างไรก็ดื่มดับกระหายได้ดีกว่าน้ำฝน ซึ่งทำท่าว่าจะตกจากฟากฟ้า แต่แค่ ทำท่า เท่านั้น จะตกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ มีแต่ก้อนเมฆที่ก่อตัวเป็นเงาทะมึน คนที่เรารัก อย่างน้อยที่สุด เขาก็ยังดูแลเรา แต่คนที่เราไปรัก เราคงต้องดูแลเขา และประการสำคัญก็คือ คนที่เราไปหลงรักหลงใคร่นี่แหละที่ทำให้เราเสียน้ำตาดีนัก และจะแย่ยิ่งกว่านั้นถ้าหากเขาไม่มีตัวตนจริง สาวๆ ที่เดินเข้าสวนดอกไม้ แล้วไม่ยอมเด้ดดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าเสียที สุดท้ายพอเดินออกมาจากสวนแล้ว จึงพบว่าในมือมีแต่ความว่างเปล่า ระวังคานทองนิเวศน์จะถามหาดอกมะลิที่อยู่ในมือ ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าดอกกุหลาบที่อยู่ในความฝัน

 

หลักปฎิบัติสำหรับคนมีความรัก.

  1. มองว่าความรักคือการเรียนรู้ อย่าไปมองเป็นอะไรที่ตายตัวไม่ว่าจะสุข ทุกข์ สมหวัง หรือจะผิดหวังก้ให้ถือเป็นการเรียน เผื่อถ้าเจอกับเหตุการณ์จริงจะได้ไม่กลัว
  2. มองหาแง่ดีงามของความรัก แง่ไม่ดีทำเป็นไม่เห็นก็ได้ เพราะมิเช่นนั้นคุณจะไม่เจอหรอกคนที่ดีที่สุดในโลกนี้ เอาแค่แง่ดีบางส่วนที่เขามีแล้วเราชอบส่วนนั้น
  3. ให้เกียรติกันและกัน ทิ้งความเป็นเธอเป็นฉัน หลอมกันเป็นเรา
  4. เปิดโอกาสให้คนรักมีช่องว่าง ต้องเปิดพื้นที่ให้เขาทำอะไรอย่างที่เขาชอบ
  5. สำคัญที่สุดคืออย่าทำร้ายคนที่เรารัก ให้นึกอยู่เสมอว่า เขาอยุ่ของเขาดีๆ เราไปเชื้อเชิญเขามาสู่ชีวิตเรา ขอให้ทะนุถนอมให้ดีๆอย่าทำให้คนที่เรารักเจ็บ

ความรักเป็นสิ่งที่ดีงามก็ได้ เศร้าหมองก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราไปปฎิสัมพันธ์กับมัน ความรักไม่เคยทำให้เราทุกข์ ที่เราทุกข์เพราะเราไม่เข้าใจธรรมชาติของความรัก ฉะนั้น ถ้าคุณมีความรัก ทุกๆครั้งอย่าปล่อยให้รักขึ้นสมอง แต่ให้รักด้วยสมอง และคุณจะได้เรียนรู้ตลอดบนเส้นทางของความรัก.

……………………………………..