Posted on

รับมืออย่างไรเมื่อเจอคำว่า บริษัทนี้เราอยู่กันเป็นครอบครัว

       หลายคนที่อยู่ในวัยทำงานอาจจะคุ้นชินกับประโยคนี้กันดี คงไม่ใช่ประโยคไหนนอกจาก บริษัทนี้เราอยู่กันเป็นครอบครัว โดยเฉพาะตอนที่เราเข้าไปสัมภาษณ์ อาจเป็นเพราะฝ่าย HR ที่รับสมัครเราเข้ามานั้น เขาเพียงต้องการเพิ่มความน่าอยู่ของบริษัท จึงอยากชักชวนให้ผู้มาสัมภาษณ์เข้ามาทำงาน แต่ส่วนใหญ่แล้วบริษัทที่โฆษณาด้วยคำพูดว่า บริษัทนี้เราอยู่กันเป็นครอบครัว นั้นมักจะมีการฟาดฟันกันในบริษัทด้วยอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องของสังคม การทำงานรวมไปถึงเรื่องส่วนตัว

       เมื่อเราต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราจะมีวิธีรับมืออย่างไร เพราะการเปลี่ยนงานในยุคปัจจุบันนี้นั้นอาจจะมีความยากมากกว่าที่จะต้องอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้ วันนี้เราจึงมี3 วิธีคิดในแง่บวกเพื่อรับมือกับ บริษัทนี้เราอยู่กันเป็นครอบครัว ให้ไม่เสียสุขภาพจิตจนเกินไปมาให้อ่านกัน

ไม่มีใครเป็นคนดีในสายตาทุกคน

       มนุษยสัมพันธ์ (Human Relation) คือสิ่งที่หลายคนควรมีเมื่อเข้าไปอยู่ในที่ทำงาน เราใช้เวลาในช่วงที่ร่างกายตื่นนอนอยู่ในบริษัทเกือบจะทั้งหมด เพราะฉะนั้นหากคุณมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีในที่ทำงาน จะทำให้การทำงานของคุณเหนื่อยไปทั้งวัน เรียกได้ว่าไม่มีเวลาสบายใจและมีความสุขได้ด้วยซ้ำ แต่การจะเป็นคนที่น่ารัก และคนดีในสายตาของทุกคน เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

       คำว่า “คนดี” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางครั้ง A ว่าดี B ก็ไม่ได้ว่าตาม เราไม่อาจจะทำให้ทุกคนพอใจได้ การเป็นที่รักของทุกคนต้องรีบเก็บความคิดนนี้พับแล้วเอาเสื้อผ้าในตู้ทับเข้าไปให้ลึกที่สุดก่อน แล้วทำความเข้าใจกฎของโลก แยกแยะการทำงานกับความสัมพันธ์ออกจากกันให้ได้ แล้วจะทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ยอมรับให้ได้ถ้ามีคนไม่ชอบเรา

       เราทุกคนควรน้อมรับคำตักเตือนจากคนที่งานด้วยกัน หรือการตักเตือนเกี่ยวกับข้อบกพร่องทางนิสัยบางอย่างที่เราเองก็มองว่ามันไม่สมควร เช่น การเข้าทำงานสาย หรือข้อผิดพลาดในการทำงานที่คุณพร้อมจะพูดคำว่าขอโทษ แต่หากเป็นคำเตือนในเชิง “คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นคนแบบนั้นแบบนี้” ควรปล่อยผ่านไป

       ถ้าคนส่วนใหญ่บริภาษและตำหนิติเตียน คุณอาจต้องพิจารณาตัวเอง แต่ถ้ามีแค่คนส่วนน้อยที่ไม่ชอบเรา ก็ไม่ควรสิ้นเปลืองพลังงานกับพวกเขา เพราะการที่มีคนไม่ชอบเรามันเป็นเรื่องปกติ เพราะนิสัยใจคอและความชอบ ความไม่ชอบมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว

ไม่จำเป็นต้องสนิทแบบครอบครัว

       การสร้างองค์กรที่เป็นเหมือนครอบครัว เป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ต้น การนำคนแปลกหน้าที่ไม่ได้คิดว่าจะต้องรับผิดชอบชีวิตของอีกคนมาอยู่รวมกันจะทำให้เกิดครอบครัวที่เหนียวแน่นได้อย่างไร

       ครอบครัวในที่ทำงานอาจเกิดขึ้นในหุ้นส่วนที่ทุ่มเทชีวิตของตนให้กันและกัน แล้วร่วมมือสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพด้วยกัน พวกเขาต่อสู้ กิน นอน ร้องไห้ และหัวเราะด้วยกันราวกับฉากหนึ่งในภาพยนตร์ ความสำเร็จของใครสักคนในบริษัทก็คือความสำเร็จของธุรกิจที่ร่วมกันสร้างนั่นเอง คุณกำลังฝันถึงองค์กรแบบนี้ใช่มั้ยละ

       แม้มันจะมีอยู่จริง แต่ก็น้อยนิดจนนับมือยังพอ เราจึงต้องเริ่มเปลี่ยนด้วยความคิดของตัวเราที่ต้อง “ทำใจยอมรับ” ความแตกต่างของความชอบ หยุดสร้างความเครียดที่ไม่จำเป็นให้กับคนอื่น ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี อย่าผลักภาระให้คนอื่นในทีม เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีในบริษัทแล้ว